รายงานการประชุมประจำวัน 16 ตุลาคม 2569

โดย Thailand 2026 Annual Meetings Team

16 ต.ค. 2569

แชร์โพสต์นี้

รายงานการประชุมประจำวัน 16 ตุลาคม 2569

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง

วันที่ 16 ตุลาคม 2569

ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง (การประชุมประจำปีฯ) เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กล่าวเปิดในฐานะประเทศเจ้าภาพในช่วงการประชุมเต็มคณะ (Annual Meetings Plenary) โดยมีผู้นำระดับสูงของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) และกลุ่มธนาคารโลก พร้อมด้วยการประชุมเชิงนโยบายระดับสภาผู้ว่าการทางการเงิน (IMFC) และการประเมินความเสี่ยงสุดขั้ว (Tail Risk) ของระบบการเงินโลก โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้

1. การประชุมเต็มคณะ (Annual Meetings Plenary)

Annual Meetings Plenary ถือเป็นวาระสำคัญระดับสูงของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) โดยในปี 2569 Carlos Carvallo Spalding ผู้ว่าการธนาคารกลางปารากวัย ทำหน้าที่ประธานการประชุม ขณะที่ Kristalina Georgieva กรรมการจัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ และ Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก ได้กล่าวถ้อยแถลงประจำปี ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมและปิดการประชุมใหญ่เต็มคณะ

ในโอกาสนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดในช่วงการประชุม Annual Meetings Plenary ของสภาผู้ว่าการ IMF และกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 โดยมี ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ดร. เอกนิติฯ) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี นายวิทัย รัตนากร (นายวิทัยฯ) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ผู้บริหาร IMF และกลุ่มธนาคารโลก ตลอดจนผู้แทนจากประเทศสมาชิกเข้าร่วม

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงบทบาทของประเทศไทยในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้ามายาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยเน้นย้ำว่าความก้าวหน้าของประเทศไทยเกิดจากการเปิดกว้างและเชื่อมโยงกับโลก ซึ่งยังคงเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังชูบทบาทของประเทศไทยในฐานะ “ตัวกลาง” (Trusted Connector) เพื่อเชื่อมโยงตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงและความแตกแยกของเศรษฐกิจโลก โดยเน้นย้ำว่าความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจไม่ได้เกิดจากการยึดอยู่กับตัวเอง แต่เกิดจากความร่วมมือที่ตั้งอยู่บนความไว้วางใจ เกิดการผลักดันให้การลงทุนระหว่างประเทศนำไปสู่การยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการรายย่อย การพัฒนาทักษะแรงงาน และการสร้างโอกาสให้ประชาชนอย่างทั่วถึง ภายใต้แนวคิด “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” โดยมุ่งหวังให้การประชุมครั้งนี้เปลี่ยนการหารือไปสู่ความร่วมมือ และเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นโอกาสที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ที่ประชุมสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกได้กำหนดทิศทางการดำเนินงานของทั้งสององค์กรในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับการเปลี่ยนผ่านจากปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) ซึ่งต้องพิจารณาทั้งประโยชน์ด้านผลิตภาพและโอกาสทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับต้นทุนและผลกระทบต่อแรงงาน ธุรกิจ และสังคม รวมถึงการส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาและการลงทุน ขณะเดียวกันยังมีการหารือถึงการปรับลดการขาดดุลการคลังควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง เพื่อรักษาเสถียรภาพและเสริมสร้างศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

IMF ได้หยิบยกและน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งสะท้อนหลักคิดว่าผลประโยชน์และความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ต้องอาศัยการบ่มเพาะ สั่งสม และเสริมสร้างอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ธนาคารโลกได้สะท้อนว่าความเจริญรุ่งเรือง ไม่ใช่เพียงสิ่งที่จะส่งต่อกันไปเท่านั้น แต่ความเจริญควรเปรียบเสมือนเปลวไฟที่มอบความอบอุ่นให้ทุกบ้านที่อยู่ในรัศมีของแสงไฟนั้น ซึ่งสะท้อนว่าการพัฒนาเศรษฐกิจโลกควรมุ่งสร้างและกระจายโอกาสให้ประชาชนและประเทศต่าง ๆ ได้รับประโยชน์ร่วมกัน เพื่อวางรากฐานความเข้มแข็งและความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

2. การประชุม IMFC Introductory (International Monetary and Financial Committee Introductory)

IMF มองเศรษฐกิจโลกยังมีความยืดหยุ่นต่อแรงกระแทก แต่การเติบโตมีแนวโน้มเปราะบางและไม่ทั่วถึงมากขึ้น ท่ามกลางความเสี่ยงจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และราคาพลังงานที่ผันผวน โดยเฉพาะประเทศผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ ขณะที่กระแสการลงทุนด้าน AI ช่วยพยุงกิจกรรมเศรษฐกิจ แต่ผลบวกกระจุกตัวในกลุ่มประเทศที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิต AI เป็นหลัก นอกจากนี้ IMF มองว่าเศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญกับความเสี่ยงสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และภาระหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกัน ตลาดการเงินโลก แม้โดยรวมยังมีเสถียรภาพ แต่เผชิญความเสี่ยงจากการปรับฐานของราคาสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะหุ้น AI อัตราผลตอบแทนพันธบัตรภาครัฐที่ปรับสูงขึ้น และภัยไซเบอร์ ทั้งนี้ ภายใต้พื้นที่การดำเนินนโยบาย (Policy Space) ที่จำกัดมากขึ้น IMF เน้นย้ำให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบและยืดหยุ่น พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูฐานะทางการคลัง มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา และเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการเงินและเสริมสร้างความมั่นคงต่อภัยไซเบอร์ พร้อมทั้งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้มีความยืดหยุ่นและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี AI ตลอดจนมีความมั่นคงทางพลังงาน เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจโลกเติบโตได้อย่างยั่งยืนและทั่วถึงมากขึ้น

นอกจากนี้ IMF ร่วมกับคณะกรรมการเสถียรภาพทางการเงิน (Financial Stability Board: FSB) ประเมินความเสี่ยงด้านหาง (Tail Risk) ซึ่งเป็นความเสี่ยงมีโอกาสเกิดต่ำแต่มีผลกระทบสูงของระบบเศรษฐกิจการเงินโลก ผ่านสถานการณ์ตัวอย่าง รวมถึงแนวทางรับมือผลกระทบในมิติต่าง ๆ อีกด้วย

3. การหารือทวิภาคี (Bilateral Meeting)

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีการหารือทวิภาคีผู้แทนประเทศในระดับรัฐมนตรีและผู้บริหารองค์การระหว่างประเทศ ดังนี้

3.1 Francis Brooke รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา โดยให้ความสำคัญกับการกระชับความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและอาชญากรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศในการรับมือ และทั้งสองฝ่ายได้แสดงความพึงพอใจต่อความคืบหน้าของการเจรจาการค้าระหว่างกัน และหวังว่าจะสามารถสรุปผลการเจรจาได้ภายในช่วงการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งถัดไป นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการลงทุนของนักลงทุนสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย โดยเฉพาะในสาขาดิจิทัลและเทคโนโลยี ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมทั้งหารือถึงการต่อยอดความร่วมมือในการเสริมสร้างศักยภาพของกระทรวงการคลังไทยและการดำเนินงานของกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา

3.2 Nirmala Sitharaman รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินเดีย เพื่อกระชับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการเงินระหว่างสองประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการขยายโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises: SMEs) ผ่านการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและข้อมูลทางเลือกมาใช้ประเมินความน่าเชื่อถือทางเครดิต โดยเฉพาะโครงการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต ARI Score ของไทย เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่มีหลักประกันหรือประวัติสินเชื่อจำกัดสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับอินเดียในการใช้ข้อมูลและ AI สนับสนุนการพิจารณาสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือแนวทางส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้กรอบความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ (Bay of Bengal Initiative for Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation: BIMSTEC) และกลุ่มความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง (BRICS) โดยเฉพาะการพัฒนาระบบชำระเงินดิจิทัล การเชื่อมโยงทางการเงิน และการส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ตลอดจนการขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานระหว่างเอเชียใต้กับอาเซียน โดยไทยพร้อมใช้บทบาทการเป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างสองภูมิภาค เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับความร่วมมือทางการเงินให้เกิดประโยชน์ร่วมกันในระยะยาว

3.3 Sheikh Salman bin Khalifa Al Khalifa รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจแห่งชาติบาห์เรน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างสองประเทศ ในโอกาสที่ไทยและบาห์เรนจะครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2570 โดยทั้งสองฝ่ายมุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านระบบชำระเงินดิจิทัล การเชื่อมโยงบริการทางการเงินข้ามพรมแดน และการป้องกันการฉ้อโกงทางการเงิน ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการกำกับดูแลและการพัฒนาระบบการเงินให้มีความมั่นคง ปลอดภัย และรองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมุ่งขยายความร่วมมือด้านการเงินอิสลาม ผ่านสถาบันการธนาคารและการเงินแห่งบาห์เรน (Bahrain Institute of Banking and Finance: BIBF) และองค์การการบัญชีและการตรวจสอบสำหรับสถาบันการเงินอิสลาม (Accounting and Auditing Organization for Islamic Financial Institutions: AAOIFI) ตลอดจนการขยายความร่วมมือด้านตลาดทุนและการลงทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของทั้งสองประเทศเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างกัน โดยใช้บาห์เรนเป็นช่องทางสู่ตลาดกลุ่มประเทศคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council: GCC) ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุน พร้อมยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลางในระยะยาว

3.4 Mr. Roland Lescure รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การคลัง และอธิปไตยด้านอุตสาหกรรม พลังงาน และดิจิทัล สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างสองประเทศ ในโอกาสครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส โดยมุ่งต่อยอดแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนไทย–ฝรั่งเศส ปี 2569–2571 พร้อมส่งเสริมการลงทุนคุณภาพสูงในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะพลังงานสะอาด เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าเป็นมาตรการที่จะช่วยผลักดันส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับตัวเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในบริบทของเศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงความคืบหน้าของกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) ของประเทศไทย โดยไทยให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานนโยบายและกฎระเบียบให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล พร้อมส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับฝรั่งเศส เพื่อสนับสนุนกระบวนการเข้าเป็นสมาชิก OECD และวางรากฐานความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศให้เข้มแข็งและยั่งยืนในระยะยาว

4. Thai Government Reception: A Journey to New Horizons

รัฐบาลไทยจัดงานเลี้ยงรับรอง Host Government Reception ภายใต้แนวคิด “A Journey to New Horizons” ณ One Bangkok Forum โดยมีนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้บริหารและผู้แทนจาก IMF กลุ่มธนาคารโลก และประเทศสมาชิกที่เข้าร่วมการประชุมใหญ่ประจำปีฯ โดยเน้นย้ำถึงความภาคภูมิใจของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการถ่ายทอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ผ่านอาหาร ดนตรี และเรื่องราวในชีวิตประจำวันของคนไทย พร้อมชี้ให้เห็นว่าอาหารริมทางไม่ได้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ในชุมชน สร้างอาชีพ และหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยยกตัวอย่างการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ผ่านโครงการร่วมจ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตลอดจนการต่อยอดเทคโนโลยีดังกล่าวด้วย AI เพื่อช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยบริหารจัดการสินค้าและรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีควรเป็นกลไกในการเสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน และเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ โดยทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนให้ทุกฝ่ายร่วมกันสร้างโอกาสและก้าวสู่ “ขอบฟ้าใหม่” (New Horizons) เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้นร่วมกัน

ทั้งนี้ ยังมีวาระการประชุมและเวทีเสวนาที่มีเนื้อหาครอบคลุมในหลายมิติ รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ เวทีสนทนา MD's Fireside Chat ระหว่างกรรมการจัดการ IMF และประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา (Kevin Warsh) เวทีหลักของประเทศไทยด้านการจัดหาเงินทุนเพื่อเศรษฐกิจสีเขียว (Financing a Resilient Green Economy) การเสวนาเรื่องผลกระทบและโอกาสจาก AI ต่อเศรษฐกิจโลกและภัยไซเบอร์ (AI and the Global Economy/AI & Cyber Risks) การประชุมข่าวสถาบันการเงินระหว่างประเทศ G30 (G30 International Banking) ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดการประชุมประจำปีฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ www.am2026thailand.go.th หรือ Facebook: AM2026 Thailand

ดาวน์โหลดรายงานการประชุมประจำวัน 16 ตุลาคม 2569 (PDF)

แชร์โพสต์นี้

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    ข่าวและอัปเดตเกี่ยวกับการประชุมประจำปี 2569 และการเตรียมการของประเทศไทย

    สศค. พลิกโฉมการคลังสู่ความยั่งยืน ก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยก่อนก้าวสู่เวทีโลกในบทบาทเจ้าภาพ AM2026

    สศค. พลิกโฉมการคลังสู่ความยั่งยืน ก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยก่อนก้าวสู่เวทีโลกในบทบาทเจ้าภาพ AM2026

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “Fiscal Transformation พลิกโฉมการคลังไทยสู่ความยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดเชิงนโยบายของข้าราชการรุ่นใหม่ของ สศค. พร้อมทั้งรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมงานกว่า 400

    อ่านเพิ่มเติม
    กดติดตามไว้ ไม่ตกเทรนด์

    กดติดตามไว้ ไม่ตกเทรนด์

    ชี้พิกัด ช่องทางการติดตามการประชุมระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีหน้า เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ เชื่อมต่อผู้เข้าร่วมประชุม และผู้คนจากทั่วโลกผ่านโลกออนไลน์ โดยใช้ Social Media ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น...

    อ่านเพิ่มเติม
    ไทยเดินหน้าสู่การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings ปี 2569

    ไทยเดินหน้าสู่การเป็นเจ้าภาพ IMF–World Bank Group Annual Meetings ปี 2569

    สร้างการรับรู้สู่แวดวงวิชาการและนักวิเคราะห์ ผ่านเวทีสัมมนาวิชาการคลัง–ธปท.

    อ่านเพิ่มเติม