15 ต.ค. 2569
แชร์โพสต์นี้

วันที่ 15 ตุลาคม 2569
ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (การประชุมประจำปีฯ) ปี 2569 และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการประชุมคณะกรรมการพัฒนาการของธนาคารโลก (Development Committee Plenary) เวทีเสวนาDebate on the Global Economy การหารือนโยบายทางการเงินและการคลังของกลุ่มประเทศ G20 ตลอดจนการเปิดเผยรายงานประมาณการเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (Regional Economic Outlook: REO) โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund: IMF) โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ดร.เอกนิติฯ) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมการประชุม Development Committee ครั้งที่ 114 ในฐานะผู้แทนกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำกลุ่มธนาคารโลก Development Committee เป็นเวทีระดับรัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการจาก 25 ประเทศทั่วโลก ประธานกลุ่มธนาคารโลก กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ตลอดจนผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศที่สำคัญ โดยวาระหลักของการประชุมครั้งนี้คือการระดมทุนภาคเอกชนเพื่อการพัฒนา (Private Capital Mobilization) ทั้งนี้ กลุ่มออกเสียงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้มีถ้อยแถลงในประเด็นดังกล่าวว่า การระดมทุนเพื่อการพัฒนาต้องมีประชาชนเป็นจุดตั้งต้น ไม่ใช่มุ่งเพียงเพิ่มปริมาณเงินลงทุน แต่ต้องสร้างงานที่มีคุณภาพ ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ เพิ่มศักยภาพของประชาชน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจโดยรวม และเปิดโอกาสให้ประชาชนและธุรกิจท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ดังนั้น กลุ่มธนาคารโลกจึงควรเปลี่ยนองค์ความรู้ที่มีอยู่ให้เป็นนโยบายและผลลัพธ์ที่จับต้องได้ โดยเฉพาะการสนับสนุนประเทศรายได้ปานกลางให้สามารถยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการดำเนินโครงการพัฒนา
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมเวทีเสวนาระดับโลก “Debate on the Global Economy: Forging Resilient and Dynamic Economies for the Future” ร่วมกับ Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ Luis Caputo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาร์เจนตินา Kyriakos Pierrakakis รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกรีซ และ Olayemi Cardoso ผู้ว่าการธนาคารกลางไนจีเรีย โดย ดร.เอกนิติฯ กล่าวว่า ประเทศไทยเปรียบเสมือนเรือเล็กที่ต้องเผชิญกับคลื่นลมจากความท้าทายของเศรษฐกิจโลก ทั้งราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการกู้ยืมและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้น ตลอดจนบทบาทของ AI ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจโลกอย่างรวดเร็ว ซึ่งวินัยทางการคลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งทำให้ประเทศไทยสามารถรับมือกับผลกระทบจากความท้าทายดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง ส่วนวิกฤติพลังงานก็เป็นโอกาสอันดีในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อช่วยให้ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการขยายความร่วมมือในอาเซียนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันในภูมิภาค ทั้งการส่งเสริมการค้าระหว่างกันและความร่วมมือด้านพลังงานผ่านโครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid: APG) ตลอดจนการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านดิจิทัลภายใต้กรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (Digital Economy Framework Agreement: DEFA) เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม AI
นอกจากนี้ ดร. เอกนิติฯ ยังระบุอีกว่า ประเทศไทยมียุทธศาสตร์ “เปลี่ยนทุนเป็นทักษะ” (Turning Capital into Capability) เพื่อเปลี่ยนเงินลงทุนจากต่างประเทศในภาคเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI เป็นกำลังคนทักษะสูง (High-Skilled Human Capital) ผ่านโครงการ Skill Bridge เพื่อรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมยุคใหม่ และประเทศไทยจะเดินหน้าปฏิรูปกฎเกณฑ์ด้านการประกอบธุรกิจเพื่อนำประเทศไทยกลับสู่เวทีโลกอีกครั้ง
ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ World Economic Forum (WEF) Dinner: “Global Capital in a Fragmented World” ซึ่งจัดขึ้นโดยรัฐบาลไทยร่วมกับ WEF ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารจากบริษัทพันธมิตรของ WEF รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้ว่าการธนาคารกลางที่เข้าร่วมการประชุมประจำปีฯ ปี 2569 เข้าร่วม เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของเงินทุนโลกท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความแตกแยกและแบ่งขั้วมากขึ้น
นอกจากนี้ การหารือยังมุ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภูมิภาคและการพัฒนาความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnerships) เพื่อรับมือกับโอกาสและความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไป โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การขับเคลื่อนภาคการเงินสู่ความยั่งยืน การเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินของประชาชน ตลอดจนผลกระทบจากพัฒนาการทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อเสถียรภาพทางการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินทุนทั่วโลก
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายวิทัย รัตนากร (นายวิทัยฯ) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง และผู้แทนจากภาครัฐ เข้าร่วมชมการแสดงเอกลักษณ์มวยไทย โดย ดร. เอกนิติฯ ได้กล่าวปิดงานและเน้นย้ำว่า มวยไทยเป็นมากกว่ากีฬา แต่เป็นศิลปะการต่อสู้ที่สะท้อนเอกลักษณ์และคุณค่าของสังคมไทย ได้แก่ ความกล้าหาญ ความเพียรพยายาม ระเบียบวินัย ความเคารพ และความอ่อนน้อมถ่อมตน โดยเฉพาะประเพณีไหว้ครูที่แสดงถึงความกตัญญูและการให้เกียรติแก่ผู้ถ่ายทอดความรู้จากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนให้เห็นว่าความเข้มแข็งสามารถดำเนินควบคู่กับความอ่อนน้อมถ่อมตนได้
นอกจากนี้ มวยไทยยังสอดคล้องกับแนวคิดหลักของการประชุมประจำปีฯ ปี 2569 “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ผ่านการพัฒนาศักยภาพ วินัย ความมั่นใจ และความสามารถในการปรับตัวเพื่อก้าวผ่านความท้าทาย พร้อมทั้งเป็นสื่อกลางเชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมผ่านกีฬาและมิตรภาพ โดยหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสวัฒนธรรม ประเพณี และไมตรีจิตของไทย ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
IMF ได้เผยแพร่รายงาน Regional Economic Outlook (REO) ซึ่งประเมินว่าเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกค่อนข้างมีความยืดหยุ่นท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศ การค้าในภูมิภาค และการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างไรก็ดี การขยายตัวของเศรษฐกิจภายในภูมิภาคมีความแตกต่างกันมากขึ้น เนื่องจากการลงทุนด้าน AI กระจุกตัวในเพียงบางประเทศ ขณะที่หลายประเทศยังเผชิญต้นทุนพลังงานสูงและแรงกดดันต่อค่าเงิน ในระยะข้างหน้า IMF ประเมินความเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกว่าจะมาจากเงินเฟ้อที่อาจสูงขึ้นจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและปรากฏการณ์เอลนีโญ รวมถึงความเสี่ยงจากการปรับฐานการลงทุนและมูลค่าสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI และเทคโนโลยี สำหรับการดำเนินนโยบายในระยะต่อไป IMF มองว่านโยบายการเงินยังคงต้องมุ่งเน้นรักษาเสถียรภาพราคา ควบคู่ไปกับการสื่อสารที่ชัดเจนบนฐานของความเป็นอิสระของธนาคารกลางขณะที่นโยบายการคลังควรเร่งฟื้นฟูพื้นที่การดำเนินนโยบายผ่านการรักษาวินัยทางการคลังอย่างรอบคอบและใช้มาตรการเฉพาะจุดที่มีกรอบเวลาที่ชัดเจน ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ผ่านการพัฒนาทักษะแรงงานโดยเฉพาะด้าน AI การเสริมความแข็งแกร่งของระบบประกันสังคมและความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงการบูรณาการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านการค้าภาคบริการระหว่างกันมากขึ้น เพื่อสนับสนุนการเติบโตที่ยั่งยืนและทั่วถึงมากขึ้นในระยะยาว
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้มีการหารือทวิภาคีผู้แทนประเทศในระดับรัฐมนตรีและผู้บริหารองค์การระหว่างประเทศ ดังนี้
6.1 Masato Kanda ประธานธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) พร้อมร่วมพิธีแลกเปลี่ยนสัญญาเงินกู้โครงการรายจ่ายลงทุนเพื่อใช้จ่ายเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม (โครงการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข) โดยการหารือมุ่งเน้นการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการเสริมสร้างความสามารถในการบริหารจัดการอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาผ่านโครงการปรับปรุงระบบชลประทานเจ้าพระยาฝั่งตะวันออกตอนล่าง และการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือการขยายความร่วมมือด้านการลงทุนสีเขียว การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และการระดมทุนภาคเอกชน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดประชุม Finance in Common Summit 2027 ณ กรุงเทพมหานคร และการสนับสนุนประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนปี 2571 เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภูมิภาค
6.2Åsmund Grøver Aukrust รัฐมนตรีด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของนอร์เวย์ พร้อมลงนามอนุสัญญาระหว่างราชอาณาจักรไทยกับราชอาณาจักรนอร์เวย์เพื่อการขจัดการเก็บภาษีซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้ และการป้องกันการหลบหลีกและการหลีกเลี่ยงรัษฎากร ซึ่งเป็นการยกระดับความร่วมมือด้านภาษีระหว่างสองประเทศให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยมุ่งลดปัญหาการเก็บภาษีซ้ำซ้อน สร้างความชัดเจนและความแน่นอนทางภาษีให้แก่ภาคธุรกิจและนักลงทุน ตลอดจนส่งเสริมการค้า การลงทุน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างไทยกับนอร์เวย์ ทั้งนี้ อนุสัญญาฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษีและการโยกย้ายกำไรข้ามพรมแดน (Base Erosion and Profit Shifting: BEPS) ตามมาตรฐานองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development: OECD) และกลุ่ม G20 พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจัดเก็บภาษีของทั้งสองประเทศ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและความเป็นธรรมของระบบภาษี โดยไทยพร้อมประสานงานกับนอร์เวย์เพื่อเร่งดำเนินกระบวนการภายในประเทศให้อนุสัญญามีผลใช้บังคับโดยเร็ว อันจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนและขยายโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในระยะยาว
6.3Satsuki Katayama รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น เพื่อกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างสองประเทศ โดยเน้นย้ำบทบาทของญี่ปุ่นในฐานะพันธมิตรสำคัญที่มีส่วนร่วมพัฒนาฐานอุตสาหกรรมไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมผลักดันแนวคิด “Made with Thailand” เพื่อยกระดับความร่วมมือจากฐานการผลิตสู่การลงทุนคุณภาพสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นฐานการลงทุนและการขยายธุรกิจของญี่ปุ่นสู่ภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ยังหารือถึงแนวทางส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว (Green Transition) ทั้งความร่วมมือด้านเชื้อเพลิงชีวภาพ พลังงานสะอาด และการพัฒนาตลาดคาร์บอน โดยฝ่ายไทยเสนอขยายความร่วมมือภายใต้ Partnership On Wide Energy and Resources Resilience (POWERR) Asia Initiative เพื่อสนับสนุนการระดมทุนและการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืน พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และมาตรการภาษีที่ส่งเสริมการผลิตในประเทศ ตลอดจนแนวทางการทบทวนความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย–ญี่ปุ่น (Japan–Thailand Economic Partnership Agreement: JTEPA) ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายโอกาสทางเศรษฐกิจในระยะยาว
6.4Muhammad Aurangzeb รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังปากีสถาน ในโอกาสครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ปากีสถาน โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน เครื่องจักร อาหารแปรรูป และเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พร้อมสานต่อการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย–ปากีสถาน ตลอดจนขยายความร่วมมือในสาขาที่มีศักยภาพ อาทิ อุตสาหกรรมฮาลาล และเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันและเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับภูมิภาคเอเชียใต้ในระยะยาว ในโอกาสนี้ ฝ่ายปากีสถานได้แสดงความชื่นชมต่อการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมประจำปีฯ ของไทย พร้อมแจ้งกำหนดการเป็นเจ้าภาพการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation: SCO) ในเดือนสิงหาคม 2570 ซึ่งจะมีผู้นำประเทศสมาชิกเข้าร่วม และได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของไทยเข้าร่วมการประชุม SCO ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายน 2570
6.5Jozef Síkela กรรมาธิการยุโรปด้านหุ้นส่วนระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับสหภาพยุโรป ภายใต้ยุทธศาสตร์ Global Gateway ของสหภาพยุโรป โดยให้ความสำคัญกับการสนับสนุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย โดยเฉพาะโครงการป้องกันอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา ตลอดจนการพัฒนาระบบพลังงานและความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังหารือการส่งเสริม ความร่วมมือด้านการเงินสีเขียว (Green Finance) ทั้งการพัฒนาตลาดพันธบัตรสีเขียว การระดมทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ การพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการเงินที่ยั่งยืน พร้อมขยายโอกาสความร่วมมือด้านโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid) และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณภาพและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้หารือทวิภาคี 2 คณะ ได้แก่ (1) Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve: Fed) และ (2) Pan Gongsheng ผู้ว่าการธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: PBC) โดยแลกเปลี่ยนมุมมองด้านเศรษฐกิจและการเงิน และหารือแนวทางต่อยอดความร่วมมือระหว่างสองธนาคารกลาง
ทั้งนี้ ยังมีวาระการประชุมและเวทีเสวนาที่มีเนื้อหาครอบคลุมในหลายมิติ รวมถึงกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การเสวนาประเด็นความมั่นคงทางอาหาร (Food Security in an Age of Shocks) การแลกเปลี่ยนแนวทางการตัดสินใจและการสื่อสารของธนาคารกลาง (How Central Banks Decide) การเสวนาด้านการสร้างภูมิคุ้มกันทางการคลังในโลกที่ผันผวน (Building Fiscal Resilience in a Shock Prone World) ซึ่งสามารติดตามรายละเอียดการประชุมฯ ผ่านช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ www.am2026thailand.go.th หรือ Facebook: AM2026 Thailand
แชร์โพสต์นี้
ข่าวและอัปเดตเกี่ยวกับการประชุมประจำปี 2569 และการเตรียมการของประเทศไทย

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้จัดงานสัมมนาวิชาการ “Fiscal Transformation พลิกโฉมการคลังไทยสู่ความยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวคิดเชิงนโยบายของข้าราชการรุ่นใหม่ของ สศค. พร้อมทั้งรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องที่มาร่วมงานกว่า 400
อ่านเพิ่มเติม
ชี้พิกัด ช่องทางการติดตามการประชุมระดับโลก IMF-World Bank Group Annual Meetings ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในปีหน้า เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นทางการ เชื่อมต่อผู้เข้าร่วมประชุม และผู้คนจากทั่วโลกผ่านโลกออนไลน์ โดยใช้ Social Media ทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น...
อ่านเพิ่มเติม
สร้างการรับรู้สู่แวดวงวิชาการและนักวิเคราะห์ ผ่านเวทีสัมมนาวิชาการคลัง–ธปท.
อ่านเพิ่มเติม